Pages

Thursday, July 30, 2020

'2 ส.ส. พลังประชารัฐ' ร้องแก้ปัญหากทม. 'ข้อบังคับ-ซ่อมถนน' - thebangkokinsight.com

mungkinbelum.blogspot.com

2 ส.ส.พลังประชารัฐ “ชาญวิทย์-กษิดิ์เดช” ขึ้นอภิปรายในสภา สนับสนุนตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบังคับ กทม. ขอตรวจสอบศาลาที่พักผู้โดยสารเขตลาดพร้าวชำรุด กวดขันผู้รับเหมาปรับปรุงถนนซอยนาคนิวาส 48 ทำงานล่าช้า 

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบังคับกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน เพื่อศึกษาว่าเหตุใด ถึงไม่สามารถนำ งบประมาณที่ลงไปในสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตของกทม. ไปใช้ในการพัฒนาดูแลพื้นที่ ที่เป็นที่ส่วนบุคคล โดยเฉพาะพื้นที่ในโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ รวมถึง คอนโดมิเนียม ซึ่งโครงการต่างๆ มีระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่นท่อระบายน้ำ ถนน ไฟฟ้า ประปา

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็น ส.ส.ในพื้นที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า จ่ายภาษีไปทุกปีแต่กลับไม่ได้รับบริการสาธารณะต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งเรื่องนี้ได้สอบถามไปยังสำนักงานเขต แต่ได้รับคำตอบว่าติดขัดระเบียบของกทม.ที่ไม่สามารถทำได้

นายชาญวิทย์ ระบุว่า ถนน ระบบไฟฟ้า ประปา ถูกสร้างมาจากผู้ประกอบการบ้านจัดสรร ใช้งบประมาณที่เป็นของเอกชน และก่อนที่จะจัดทำโครงการนี้ ได้มีการเขียนโครงการ วิธีการจัดสรรและจัดสร้าง ตามที่ได้บันทึกไว้ในตอนยื่นเสนอขออนุญาตจัดสรร จากนั้นต้องมีการตรวจรับจากทางเจ้าหน้าที่ที่ดิน โยธาจังหวัด เพื่อดูว่าถนนหนทางต่างๆ เหล่านี้ระบบไฟฟ้าประปาได้มาตรฐานด้านคุณภาพหรือไม่

หลังจากนั้นก็ยังมีเงินค้ำประกันอีกร้อยละ 7 ไว้ใช้ในการซ่อมแซม ซ่อมบำรุงในอนาคต แต่เมื่อใช้ไป 10 ถึง 20 ปี ถนนมีความเสื่อมโทรมเงินค้ำประกันร้อยละ 7 จะหมดไป และประชาชนที่อาศัยอยู่ในโครงการ ไม่สามารถจะรวบรวมเงินกันได้ โดยเฉพาะโครงการจัดสรรเล็กๆ ไม่ได้มีรายได้มาก ไม่สามารถจะดูแลตัวเองได้

ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่าเหตุใดโครงการต่างๆ ไม่ยกถนนหนทางระบบไฟฟ้า ประปาต่างๆ เหล่าให้เป็นสาธารณะ แต่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย เพราะหากยกเป็นที่สาธารณะแล้วจะไม่สามารถมี รปภ.เพื่อตรวจสอบคนเข้าออกได้ จนกลายเป็นว่าประชาชนที่อยู่ในโครงการต่างๆเหล่านี้ต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของเขา หรือว่าจะเลือกการได้รับบริการสาธารณะจากหน่วยงานของรัฐต่างๆ

ความจริงแล้วประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือก โดยทำได้คือการแก้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่มีระเบียบว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สิน ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันปี พ.ศ 2558 ซึ่งในระเบียบฉบับที่ 5 กำหนดให้กทม.สามารถใช้งบประมาณไปลงในพื้นที่เอกชนได้ แต่ว่าระเบียบอาจจะไม่ทันสมัยไม่ครอบคลุม ไปถึงถนน ระบบสาธารณูปโภคในโครงการบ้านจัดสรร

ส่วนระเบียบที่มีในข้อที่ทำได้ยังมีปัญหา เพราะเคยมีคำสั่งศาลมาว่า หากกทม. นำงบประมาณไปลงในถนนเอกชนไหนก็ตาม ถนนทางต่างๆ เหล่านั้นจะกลายเป็นสาธารณะโดยปริยาย ประชาชนที่อยู่ในโครงการ หรือนิติบุคคล จึงปฏิเสธที่จะให้ กทม.เข้าไปบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขแก้กฎระเบียบกรุงเทพมหานคร

ทางด้านนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือประธานสภาฯ  เรื่องให้ กทม.เข้าไปตรวจสอบศาลาที่พักผู้โดยสาร ที่เป็นงานของสำนักงานจราจรขนส่ง กทม.โดยเฉพาะในเขตลาดพร้าว มีหลายแห่งชำรุด และต้องซ่อมแซม เพราะอาจก่อให้เกิดอันตราย

นอกจากนี้ ยังอยากให้เข้าไปตรวจสอบงานปรับปรุงถนนซอยนาคนิวาส 48 แยก 18 เขตลาดพร้าว เนื่องจากมีลูกบ้านแจ้งเข้ามาถึงความเดือดร้อน เรื่องการทำงานก่อสร้าง ที่ผู้รับเหมาทำไม่ต่อเนื่อง และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้เข้ามาดำเนินการเลย และมาดำเนินการอีกในช่วงหน้าฝน

การดำเนินการยังไม่มีเครื่องหมายเป็นสัญลักษณ์ให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้เส้นทางระหว่างที่มีการดำเนินการ โดยเกรงว่าประชาชนจะเป็นอันตราย จึงขอให้ กทม.เข้าไปกวดขันผู้รับเหมาด้วย

ขณะเดียวกันจากการได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ที่มีความสงสัยในการออกใบสั่งของเจ้าพนักงาน มีความถูกต้องหรือไม่ โดยได้นำใบสั่งของเจ้าพนักงานที่ระบุถึงความเร็วที่กำหนดจะประมาณ 90 กม. มีการระบุสถานที่เป็นไฮเวย์

หากถ้าไม่ถูกต้องอยากจะทราบว่ามีป้ายเตือนหรือไม่ โดยขอให้บังคับการจราจรตำรวจทางหลวงเร่งเข้าไปปรับปรุง และตรวจสอบด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"ต่างๆ" - Google News
July 31, 2020 at 08:43AM
https://ift.tt/3fmgRYI

'2 ส.ส. พลังประชารัฐ' ร้องแก้ปัญหากทม. 'ข้อบังคับ-ซ่อมถนน' - thebangkokinsight.com
"ต่างๆ" - Google News
https://ift.tt/36O1zJu
Home To Blog

จัดทัพ'บช.สอท.'กำหนด11นายพล โอนกำลัง1989อัตรา - เดลีนีวส์

mungkinbelum.blogspot.com

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการประชุมก.ตร. และก.ต.ช. วานนี้ (30 ก.ค.) ว่า ยังไม่มีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ พล.ต.ต. ขึ้นไปจนถึง รอง ผบ.ตร. กฎหมายยังให้เวลาแต่งตั้งก่อนวันที่ 31 ส.ค. ดังนั้นจึงยังมีเวลา ส่วนการประชุมก.ตร. และก.ต.ช.ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญสอบถามในเรื่องรายละเอียด กรณีที่ข้าราชตำรวจกระทำผิดทางวินัยต่างๆ ในที่ประชุมมีการรายงานเรื่องการไล่ออก ปลดออกข้าราชตำรวจ เฉพาะเดือนที่ผ่านมาทีทั้งสิ้น 45 เรื่อง ไล่ออก 19 เรื่อง ปลดออก 4 เรื่อง ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องการกักขังต่างๆ และนายกรัฐมนตรียังสั่งการให้ตรวจสอบในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีการลงโทษผู้กระทำความผิดทางวินัยไล่ออกจากราชการอย่างไรบ้าง ซึ่งสรุปได้ว่ามีการลงโทษไปแล้ว 134 ราย เป็นการไล่ออก 98 ราย ปลอดออก 27 ราย ให้ออกจากราชการ 5 ราย ให้ออกไว้ก่อน 4 ราย


        
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า สำหรับชื่อที่ใช้สำหรับกองบัญชาการใหม่ ใช้ชื่อว่า กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ซึ่งเป็นการเอางานเดิมที่เคยมีอยู่ใน บก.ปอท. ประมาณร้อยละ 70 ถึง 80 มาอยู่ในบช.ใหม่ และการสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยี ออนไลน์ต่างๆ ที่ตามบก.สส.ภาคต่างๆ ก็ให้มาอยู่รวมในบช.นี้ ส่วนการตรวจสอบแหล่งที่มาของการกระทำผิดกฎหมายของสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเคยอยู่ในสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศก็ให้มาอยู่ในบช.นี้ โดยสรุป บช.สอท. จะเป็นบช.บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการอาชญากรรมเทคโนโลยีโดยภาพรวมของประเทศ ส่วนหน่วยสำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสารที่มีอยู่เดิม จะเป็นหน่วยงานฝ่านอำนวยการ ดูแลระบบ crime ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ดูแลระบบการเชื่อมโยงข้อมูลฝ่ายยริหาร 

ส่วนบก.ปอท. จะรับภารกิจของบช.ก.ในงานความมั่นคงและกิจการพิเศษเป็นหลัก ขั้นตอนในการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องของตำแหน่ง โดยตำแหน่งที่ต่ำกว่า พล.ต.ต.ลงไป ก.ตร.อนุมัติให้มี 1,989 อัตรา เป็นการตัดโอนจากหน่วยงานต่างๆ อีก 11 ตำแหน่ง ตั้งแต่ตำแหน่งผบก.ขึ้นไป จะประกอบด้วย ผบก.7 คน รอง ผบช. 3 คน และ ผบช.1 คน ซึ่งตามกฎหมายเมื่อก.ตร.อนุมัติต้องให้ก.ต.ช.เห็นชอบก่อน 

ดังนั้นการประชุมก.ต.ช.ในวานนี้ มีมติเห็นชอบครบในเรื่องของตำแหน่ง และที่ผ่านมาครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งบช.ใหม่ เมื่อกระบวนขั้นตอนของกฎหมายผ่าน คาดว่าภายใน 1 เดือนต่อจากนี้ จะสามารถแต่งตั้งบุคลากรไปลงในตำแหน่งนั้นได้ โดยนายกรัฐมนตรีมีนโยบายว่าให้เน้นแต่งตั้งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยตรง ด้านการสืบสวน สอบสวน คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้ครบคน เน้นการแต่งตั้งเป็นระยะตามความเหมาะสมของงาน.

Let's block ads! (Why?)



"ต่างๆ" - Google News
July 31, 2020 at 06:08AM
https://ift.tt/39IbFwN

จัดทัพ'บช.สอท.'กำหนด11นายพล โอนกำลัง1989อัตรา - เดลีนีวส์
"ต่างๆ" - Google News
https://ift.tt/36O1zJu
Home To Blog